หูดข้าวสุก

หูดข้าวสุก | Molluscum contagiosum

หูดข้าวสุก เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Molluscum contagiosum virus ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสคนละชนิดกับที่ทำให้เกิดหูดทั่วไป เป็นโรคที่พบได้บ่อยทั่วโลก และจะมีอัตราการเกิดมากขึ้นในประเทศเขตร้อน พบได้ทุกเพศทุกวัย

หูดข้าวสุก Molluscum contagiosum

หูดข้าวสุก เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Molluscum contagiosum virus ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสคนละชนิดกับที่ทำให้เกิดหูดทั่วไป เป็นโรคที่พบได้บ่อยทั่วโลก และจะมีอัตราการเกิดมากขึ้นในประเทศเขตร้อน พบได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถเข้าไปในผิวหนังที่แตก ลอก หรือผิวหนังที่เป็นแผล และกลายเป็นหูดข้าวสุกได้ แต่จะไม่มีผลกระทบต่ออวัยวะภายใน

การวินิจฉัย หูดข้าวสุก

หูดข้าวสุก สามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจรอยโรคที่ผิวหนังด้วยตาเปล่า ซึ่งจะพบลักษณะเฉพาะคือ เป็นตุ่มที่มีรอยบุ๋มคล้ายสะดือตรงกลางรอยโรค แต่ในผู้ป่วยที่มีลักษณะของรอยโรคไม่ชัดเจน แพทย์จะตัดชิ้นเนื้อที่รอยโรคเพื่อไปตรวจทางพยาธิวิทยา หรือเพียงแต่ใช้เข็มเจาะหรือดูดเอาสารภายในรอยโรคมาย้อมสีด้วยเทคนิคทางการแพทย์ เพื่อตรวจหาก้อน Molluscum bodies ซึ่งจะเห็นเป็นสารสีส้มในสไลด์  ในรายที่มีหูดข้าวสุกขึ้นกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก หรือหูดข้าวสุกมีขนาดใหญ่ แพทย์อาจขอตรวจเลือดดูว่ามีการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ร่วมด้วยหรือไม่

ลักษณะอาการของหูดข้าวสุก

ลักษณะอาการของหูดข้าวสุก
  • เป็นตุ่มสีเนื้อที่ผิวหนัง ไม่มีอาการคันหรือเจ็บ ขนาดประมาณ 2-5 มิลลิเมตร
  • มักพบบริเวณใบหน้า แขน/ขา ในเด็ก และบริเวณอวัยวะเพศในผู้ใหญ่
  • ในรายที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง อาจมีอาการผื่นแดงคันบริเวณหูดข้าวสุกร่วมด้วย ซึ่งอาการผื่นแดงคันนี้ จะหายไปเมื่อทำการรักษาหูดข้าวสุก
  • ในผู้ป่วยโรคเอดส์ ปริมาณของหูดจะเกิดมากกว่าในคนที่ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคปกติ และมักดื้อต่อการรักษา
  • หูดข้าวสุกนั้น สามารถหายได้เองแม้ไม่ได้ทำการรักษาที่ระยะเวลาประมาณ 2-9 เดือน มีส่วนน้อยมากที่อาศัยเวลา 2-3 ปีจึงหาย

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นหูดข้าวสุก

ทุกคนสามารถมีโอกาศติดเชื้อไวรัส molluscum contagiosum แต่คนบางกลุ่มมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อมากกว่าคนอื่น คือ

  • เด็กที่มีช่วงอายุ 1-10 ขวบ
  • ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน
  • ผู้ที่สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยที่เป็นหูดข้าวสุก
  • นักกีฬาที่ต้องมีการสัมผัสโดยตรงทาง ร่างกายกับผู้อื่น
  • ผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง  หรือโรคผิวหนังอื่น ๆ ที่เป็นผื่นแล้วต้องเกาบ่อย ๆ
  • ผู้ที่อยู่อาศัยในโซนเขตร้อน
  • ผู้ป่วยที่มีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ 

การป้องกัน หูดข้าวสุก

  • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสรอยโรค การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยที่เป็นหูดข้าวสุก
  • ควรล้างมือให้สะอาดอยู่เป็นประจำ
  • ไม่ใช้สิ่งของหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • ออกกำลังกายเ็นประจำ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

การรักษาหูดข้าวสุก

การรักษา หูดข้าวสุก

ปัจจุบันหูดข้าวสุกไม่มียารักษาโดยตรงเฉพาะโรค เพราะสามารถหายได้เองแต่ใช้เวลาหลายเดือน ซึ่งทางเลือกการรักษาช่วยป้องกันการแพร่กระจายของโรค ได้แก่ การจี้ด้วยความเย็น เพื่อทำลายหูด ใช้อุปกรณ์ปลายแหลมบ่งตุ่ม หูดข้าวสุกและกดออก และใช้ยาทาเพื่อทำลายเซลล์ติดเชื้อหูดข้าวสุก แนะนำให้เข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง การรักษาหูดข้าวสุกมีวิธีการที่หลากหลาย โดยเริ่มจากการใช้ยาทาเช่นครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิกซึ่งช่วยละลายชั้นเซลล์ที่เป็นหูด ทำให้สามารถขัดออกได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการรักษาด้วยการแช่เย็นด้วยไนโตรเจนแห้ง (cryotherapy) ที่ช่วยทำลายเนื้อหูดโดยการแช่แข็งและปล่อยให้ร่างกายกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติออกไปอีกด้วย การรักษาด้วยเลเซอร์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับกรณีที่หูดมีขนาดใหญ่หรือซับซ้อน ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวและอาการของแต่ละบุคคล เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายของไวรัสสู่ผิวบริเวณอื่น ๆ

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม

ขอบคุณข้อมูล : medthai, ihealzy

หูดข้าวสุก เป็นหูดที่มีลักษณะเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีแดง และมีสารคล้ายข้าวสารอยู่ข้างใน ลักษณะเป็นรูปทรงโดมและเห็นเป็นจุดบุ๋มตรงกลาง คล้ายเม็ดสิวแต่ไม่มีการอักเสบ ถ้าบีบก็จะมีสารสีขาวข้นไหลออกมา จึงเรียกกันว่า "หูดข้าวสุก" แม้อาการอาจดูไม่ร้ายแรง แต่ก็สามารถนำพาความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆได้เช่นกัน แถมยังสร้างความรำคาญใจและไม่สะดวกในการใช้ชีวิตให้อีกด้วย ดังนั้น การป้องกันตัวเองจึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย

อ้างอิง

  1. สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย. (2563). คู่มือการรักษาผู้ป่วยโรคผิวหนัง. กรุงเทพฯ: สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย.
  2. กระทรวงสาธารณสุข. (2562). แนวทางการรักษาหูดข้าวสุกในผู้ป่วย. สืบค้นจาก https://www.moph.go.th
  3. วารสารแพทย์แผนปัจจุบัน. (2561). การประเมินประสิทธิภาพของการรักษาด้วยการแช่เย็นและเลเซอร์ในโรคหูดข้าวสุก. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยแพทย์.
อ่านอย่างเข้าใจ ใช้ข้อมูลอย่างเหมาะสม

เนื้อหานี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่แทนการประเมินจากแพทย์ หากมีข้อสงสัยเรื่องอาการ ผลตรวจ หรือการใช้ยา ควรปรึกษาผู้ให้บริการสุขภาพ

แนวทางบรรณาธิการ
KEEP EXPLORING

เรื่องที่คุณอาจอยากอ่านต่อ

ดูทั้งหมด